Catherin's profile^ NongPeach ^PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
englishtips.orgสำหรับคนที่จะเตรียมตัวสอบเหมือนกัน
วันนี้ได้เวบดาวโหลดอีบุ๊คเพิ่มมาอีกเวบ
พี่อาท พี่เรียนแคพแพลนด้วยกันเป็นคนให้มา
มันเปนเวบเถื่อนของรัสเซียอ่ะ
แต่มีให้โหลดเพียบ เวิร์ค ๆๆ www.4shared.comช่วงนี้เป็นช่วงตื่นตัวกับการเตรียมตัวสอบต่าง ๆ
ที่แน่ ๆ คืออีก 2 อาทิดก้อจะสอบ TOEFL
แล้วก้อต้องเริ่มเรียน GMAT ไม่ก้อ GRE แล้ว
ใจจริง ๆ ตั้งใจสอบ GRE มากกว่า
แต่ตารางเรียนที่ kaplan ดันไม่เมื่ออำนวยเท่าไหร่
เรยกะว่าจะลงเรียน GMAT ไปพลาง ๆ ก่อน
แล้วก้อสอบมันให้หมดเรยทั้ง GMAT ทั้ง GRE
แล้วก้อไปเจอเวบน่าสนใจเวบนึง
เป็นเวบที่ดีมาก มีอีบุ๊คมหาศาลให้เราไปดาวโหลด
ใครสนใจลองเข้าไปดูได้ๆๆ
โหลดฟรี แล้วก้อง่ายด้วย ภาษิตไทยโบราณ "พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง"คำบางคำ เมื่อพูดออกไปแล้ว อาจก่อผลร้ายให้กับตนเองและผู้อื่น สู้ไม่พูดจะดีกว่า เพราะหากพูดไปแล้ว ไม่มีประโยชน์อะไรทั้งต่อผู้ฟังและต่อผู้พูด ภาษิตไทยโบราณจึงเตือนสติเราว่า พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง และพระพุทธองค์ตรัสว่า หากจะพูดขอให้พูดในสิ่งที่เป็นจริงและเป็นประโยชน์เท่านั้น ถ้าไม่จริงไม่เป็นประโยชน์ หรือจริงแต่ไม่เป็นประโยชน์ หรือไม่จริงแม้เป็นประโยชน์ ก็ไม่ควรพูดสิ่งนั้น Speech is silver, silence is gold!!! ![]() Talk may be beneficial, but sometimes acquiescence may be the best option to take. นิทานอีสป เรื่อง หมาป่ากับลูกแกะหมาป่าตัวหนึ่ง กำลังกินน้ำอยู่ที่ตอนเหนือของแม่น้ำในระยะที่ไม่ไกลนัก มีลูกแกะตัวหนึ่งกำลังกินน้ำอยู่ถัดออกไป เมื่อหมาป่าเห็น ดังนั้น จึงเดินมาพูดกับลูกแกะว่า " อะไรกันนี่ เจ้าลูกแกะเกเร เจ้ากล้าดีอย่างไร จึงทำให้น้ำขุ่นเป็นโคลนจนข้ากินไม่ได้ " ลูกแกะตอบว่า " ฉันเสียใจ แต่ฉันคิดว่า ฉันไม่สามารถทำให้น้ำนั้นขุ่นจนท่านกินไม่ได้ เพราะฉันอยู่ปลายน้ำ จะไปทำให้น้ำขุ่นจนถึงที่ที่ท่านยืนอยู่ได้อย่างไร " หมาป่าตั้งใจจะหาเรื่องกับลูกแกะให้ได้จึงพูดว่า " บางทีมันก็อาจจะเป็นได้ แต่เมื่อหกเดือนก่อน เจ้าคนพาล เจ้าได้ด่าข้าลับหลัง " " มันจะเป็นไปได้อย่างไร " ลูกแกะตอบ "ในเมื่อตอนนั้นฉันยังไม่เกิด" หมาป่าตอบว่า " อะไรกัน เจ้าช่างไม่มีความละอาย ครอบครัวของ เจ้าเกลียดครอบครัวของข้า ถ้าไม่ใช่เจ้าเป็นคนด่า ก็คงเป็นพ่อของเจ้า " เมื่อพูดจบก็ตรงเข้าขย้ำลูกแกะกินเป็นอาหาร นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ผู้ที่ไม่มีความกรุณา จะไม่ยอมรับฟังเหตุผล เนื่องจากมีความโหดร้าย และอยุติธรรมในใจเป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์ที่จะไปต่อปากต่อ คำด้วย ผู้ที่กดขี่ข่มเหงมักจะหาทางที่จะทำลายเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจนได้ come back to spaces AGAINไม่ได้อัพสเปซมานานโคดด้วยเหตุผลเดิม ๆ
นั่นก้อคือ hi5 อ่ะ
วันนี้ฟลุค ๆ เกิดอยากกลับมาอัพอีกครั้ง ไม่รู้ทำไม
.....
.....
.....
หลังจากกลับมาจากอเมริกาอย่างหมดเนื้อหมดตัว
เงินก้อไม่มีหน้าจะขอพ่อแม่ใช้ เพราะถลุงที่เมกาไปเยอะมากแล้ว
เงินเก็บก้อแทบจะไม่มี โอ้ววว นี่หนอชีวิต
สิ่งที่ทำได้ช่วงนี้ก้อคือเดินสายสมัครงานนั่นเอง
ตอนแรก ๆ ก้อสมัครดะไว้หลายที่มากอ่ะ
แต่พอเค้าโทรมาเรียกให้ไปสอบให้ไปสัมพาดจริง ๆ
ก้อต้องปฏิเสธไปอ่ะ เพราะไม่ใช่งานที่อยากทำ
ตอนนี้ก้อเรยกะว่าจะสมัครอีกแค่ไม่กี่บริษัท
แต่เน้น ๆ ที่อยากทำจริง ๆอ่ะ
พอสมัครครบที่อยากทำจริง ๆ แล้ว
ก้อคงปล่อยชีวิตไปตามที่พระเจ้ากำหนดแล้วแหละ
.....
.....
.....
งานรับปริญญาก้อใกล้เข้ามาแล้ว
ปัญหาที่เจอตอนนี้ก้อคือเรื่องรองเท้า
แบบว่ามีรองเท้าคัชชูสีดำแล้วที่ซื้อมาตั้งแต่สมัยปีหนึ่ง
ตอนนั้นก้อซื้อมาใส่รับเสด็จในวันรับปริญญาของรุ่นพี่เนี่ยแหละ
แต่ก้อไม่ได้ใส่ เพราะใส่ผ้าใบแทน อิอิ
มาตอนนี้ก้อเรยขุดออกมา เพื่อใส่งานตัวเอง
แต่ด้วยความที่อ้วนขึ้น เทาก้อคงใหญ่ขึ้นมั้ง
รองเท้าก้อเรยแอบฟิต ๆ นิดนึง
แล้วก้อมองเห็นอนาคตเรยว่าวันซ้อมและวันจริง ตายแน่ๆ
ตอนนี้ก้อเรยแก้ปัญหาด้วยการเอารองเท้ามาใส่ตลอดเวลาที่อยู่ในบ้านอ่ะ
เหมือนคนบ้าเรย แต่ก้อพยายามใส่ให้หนังมันยืดก่อนวันจริงอ่ะ
.....
.....
.....
แอบนั่งดูสไลด์รูปข้างล่างแล้วฮามากมาย
รูปสมัยปี 4 เทอมหนึ่ง เหมือนผ่านไปไม่นาน
แต่ก้อหน้าเปลี่ยนอ่ะ ตลกดี
Come back to SPACESก่อนหน้านี้เราอัพสเปซเกือบทุกวัน
แต่อยู่ดี ๆ เพื่อน ๆ ก็ฮิตเล่น hi5
เราก็เลยหันไปเล่นมั่ง จนลืมสเปซไปเลย
มาวันนี้เป็นวันวางจัด ๆ วันนึง
ก็เลยขอกลับมาปัดฝุ่นสเปสหน่อยละกันเนอะ เผชิญหน้ากับความเป็นจริงเคยคิดว่าตัวเข้มแข็งมากพอ
คิดว่าเข้มแข็งมานานแล้วด้วย
แต่อยู่ดี ๆ ก้อมีเหตุการณ์งี่เง่า ๆ
ที่ทำให้เรารู้ว่า จริง ๆ แล้ว
เราไม่ได้เข้มแข็งอย่างนั้นซักหน่อย
ถ้าเหตุการณ์นั้นมันเกิดกับเราคนเดียว
ในเวลาที่กะลังอยู่กะตัวเองคนเดียว
ไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็น ก้อคงจะดี
แต่เหตุการณ์มันกลับเกิดขึ้น
ในเวลาที่มีผู้คนอยู่รอบตัว
แล้วเราควรจะทำตัวยังไงดี
แสดงความอ่อนแอที่มีออกมา
ให้ทุกคนรับรู้ แล้วสงสาร
หรือว่าแสดงความเข้มแข็ง
เพื่อกลบเกลื่อนความจริง
แต่ในเวลาแบบนั้น บอกตามตรง
เราไม่ต้องการให้ใครเห็นเราอ่อนแอ
แล้วเทคะแนนความสงสารให้
แต่ถ้าจะโชว์ความเข้มแข็ง
ก้อรู้ว่าทำไปก็ไม่เนียน
ยังไงทุกคนก้อรู้อยู่ดีว่าเราเป็นไง
สุดท้ายเราก้อหาทางออกได้
ด้วยการออกมาจากสถานการณ์อันย่ำแย่
ออกมาให้ไกลที่สุด เท่าที่พอจะทำได้
เพื่อทบทวนกะตัวเองอีกครั้ง
ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เราเป็นอะไรไป
รู้สึกสงสารตัวเองชะมัดเรย
ชีวิตมันไม่ง่ายอย่างที่คิด
เราต้องเผชิญหน้ากับความจริง
แล้วรอคอยเวลา
ที่จะทำให้ทุกอย่างผ่านพ้นไป
เวลาผ่านไปช้าเนอะ
สิ่งที่คนอื่นเห็น VS สิ่งที่เรารู้อยู่แก่ใจ
อะไรคือสิ่งที่สำคัญ
อะไรคือสิ่งที่เราต้องการ
ภาพที่คนอื่นเห็น คือสิ่งที่สวยงาม
สิ่งที่เรารู้ มันตรงกันข้าม
เราควรจะทำยังไง
ปล่อยให้ทุกคนเข้าใจตามที่เห็น
หรือชี้แจงความจริงให้ทุกคนรับรู้
บางครั้งเราเองก็อยากจะเป็นเหมือนที่คนอื่นมอง
แต่ก้อยังรู้อยู่แก่ใจ ว่าอะไรเป็นอะไร
บางครั้งการเผชิญหน้ากับความจริง
ก็ไม่ใช่สิ่งทีเราต้องการเสมอไป
บางครั้งการหลอกตัวเองบ้าง
มันก้อทำให้ชีวิตเดินต่อไปได้ราบรื่นขึ้น
ไม่อยากหลอกตัวเอง
ไม่อยากรับรู้ความจริง
bye bye ชีวิตฝึกงานรายงานการฝึกงาน (สุดท้ายแล้ว)
วันที่สามสิบสอง : วันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม 2550
วันนี้ก้อนั่งเล่นเนตไปเรื่อย ๆ จนตกบ่าย เราก้อไปดูหน้างาน
แบบว่าไปคนเดียวเรย ขี้เกียจรอคุณพี่โฟร์แมน เพราะเค้ายุ่ง ๆ
ก้อขึ้น lift ก่อสร้างไปชั้น 27 แล้วก้อค่อย ๆ เดินดูทีละชั้น
แล้วก้อเดินลงมาเรื่อย ๆ จนถึงชั้นหนึ่ง แบบว่าเหนื่อยโคดๆๆ
ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้รีบเดินเรยนะ ดูนู่นดูนี่ชิว ๆ มาก
กลับถึงบ้านทีนี่หมดสภาพสลบเป็นตายเรยอ่ะ
วันที่สามสิบสาม : วันอังคารที่ 15 พฤษภาคม 2550
วันนี้ก้อเอาไอ้ที่จด ๆ ไว้ของเมื่อวานมาลงข้อมูลใน excel
แล้วพี่เลขา site ก้อเอาโปรแกรม Microsoft Project มาลงให้
บอกว่าใช้งานง่ายกว่า แต่สุดท้ายเราก้อใช้ไม่เป็นอยู่ดี อิอิ
วันนี้เลิกงานแล้วไปหาหมอสิวที่ราชเทวีคลีนิก สาขาเพลินจิต
แล้วคุณหมอก้อทำ laser เจาะหัวสิวออกให้
วันพุธที่ 16 พฤษภาคม 2550
ไม่สามารถไปทำงานได้ เพราะหน้ายังแดงอยู่
จริง ๆ ก้อคือขี้เกียจอ่ะ ไม่มีไรหรอก
วันที่สามสิบสี่ : วันพฤหัสที่ 17 พฤษภาคม 2550
วันนี้ก้อนั่งทำ excel ต่อเนื่อง แบบขำๆ รอเวลากลับบ้าน
วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม 2550
วันนี้ที่ office ใหญ่เค้ามีนัดเลี้ยงข้าวตอนเย็น
เราก้อเรยโทรบอกที่ site office ตอนเช้าว่า
วันนี้เราต้องเข้า office ใหญ่เพราะพี่เค้าจะเลี้ยงข้าว
แต่กว่าเราจะเข้า office ใหญ่ก้อ 5 โมงเย็นน่ะ
ก่อนหน้านั้นก้อนอนเล่นอยู่บานทั้งวัน อิอิ
วันจันทร์ - พุธ ที่ 21-23 พฤษภาคม 2550
เราลางานเพื่อไปทริปภาค กะอาจารย์และน้อง ๆ
ที่ บึงปรีดา จังหวัดเพชรบุรี สนุกสนานๆๆๆ
วันที่สามสิบห้า : วันพฤหัสที่ 24 พฤษภาคม 2550
วันนี้เป็นวันลงทะเบียนเรียนของนิสิตรหัส 47 เยี่ยงเรา
เราได้ลงทะเบียนรอบ 15.00 ซึ่งก้อเป็นรอบสุดท้าย
แต่เราก้อนั่งเฝ้าเวบลงทะเบียนทั้งวันอ่ะ นั่งลุ้น
ว่าเซคที่เราจะเรียนมันเต็มรึยัง และขอบคุณพระเจ้า
ในที่สุดเราก้อได้ลงทะเบียนเรียนตามเซคที่ต้องการทุกวิชา
และเทอมนี้เราจะต้องเรียนทั้งหมด 24 หน่วยกิต
ซึ่งเนวิชาภาคล้วน ๆๆ สู้ตายค่าๆๆๆๆ
วันที่สามสิบหก : วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม 2550
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการฝึกงาน เป็นวันที่เรา happy มาก
รอคอยให้หมดวันเร็ว ๆๆ จะได้หลุดพ้นซะที เย้ๆๆๆ
site engineerรายงานการฝึกงาน
วันที่ยี่สิบเจ็ด : วันพฤหัสที่ 3 พฤษภาคม 2550
วันนี้ตอนเช้ามาถึงก้อนั่งเม้ากะพี่เลขา site ว่าตอนอยู่ office ต้องทำไรบ้าง
พอพี่เค้ารู้ว่าเราเคยถอดแบบมาก่อน เค้าก้อเรยบอกพี่โฟร์แมน
แล้วพี่โฟร์แมนก้อโยนแบบมาให้เราปึกใหญ่ให้มานั่งถอด
สรุปก้อคือ วันนี้เราก้อนั่งถอดแบบทั้งวัน เซงเป็ด
วันที่ยี่สิบแปด : วันอังคารที่ 8 พฤษภาคม 2550
วันนี้มาถึงเราก้อรูดซิปปากเรื่องถอดแบบ แบว่าไม่เอาอีกแล้วค่ะ เบื่อ ๆๆ
ก้อเรยกลายเนว่าว่างทั้งวัน ก้อนั่งอ่านนิตยสารทั้งวันเรยที่นี้
พอจะกลับบ้านพี่ Project Director ก้อถามว่าวันนี้ทำอะไร
เราก้อบอกว่าไม่ได้ทำ ไม่มีใครมาให้งานเรย
เค้าก้อเรยบอกว่า เดี๋ยวจะสั่งคนนั้นคนนี้ให้มาให้งานให้ละกัน
ซึ่งเราก้อไม่เข้าใจว่าคุณพี่ Project Director เนี่ย
นั่งอยู่ข้างหลังเรา ก้อน่าจะเห็นตั้งแต่เช้าแล้วว่าเราไม่มีงานทำ
แต่กลับเพิ่งจะมาถามตอนเราจะกลับบ้าน ซะงั้น
วันที่ยี่สิบเก้า : วันพุธที่ 9 พฤษภาคม 2550
วันนี้ก้อว่างทั้งวัน เพราะว่าพี่ Project Manager เค้า busy มาก
บอกว่าจะให้งานเราประมาณ 30 รอบ แต่ก้อไม่มีเวลาให้
จนในที่สุดเค้าก้อให้เราช่วยพิมพ์ power point 8 บรรทัด
แล้วเราก้อไม่มีงานทำอีก เราก้อเรยขอเค้ากลับบ้าน ตั้งแต่บ่ายสาม
วันนี้รีบเลิกงานเพราะว่ามีนัดกินหมูกะทะกะใหม่กะพี่แมว and the gang
ไปถึงมหาลัยตั้งแต่ 4 โมงเกือบ 5 โมง เงียบมากๆๆๆ
แทบไม่มีคนในคณะเรย เพราะว่าเป็นช่วงสอบ มั้ง
เราก้อไปนั่งอยู่ที่กลุ่มคนเดียว แล้วก้อโทรสับเม้า ๆ กะแคนดี้
ซักพักใหม่ก้อโผล่มา แล้วอยู่ดี ๆ ซึมก็โผล่มาโดยมิได้นัดหมาย
ประมาณว่าซึมเองมันก้อว่าง ๆ เรยมามหาลัยเล่น ๆ
เราก้อเรยชวนมันไปกินหมูกะทะด้วยกันซะเรย
แล้วก้อมีน้องวิทกะน้องปาล์ม มานั่งเล่นตุ่ยกัน เราแพ้!!
เสียตังไป 20 บาท พอ 6 โมง พี่แมวก้อลงมา
แล้วอีกไม่นานพี่ทีมกะพี่เชียรก็มา ก้อเรยรวมพลเดินไป r leng+ กัน
ไปถึงก้อเจอน้อง ๆ E 62 4-5 คนกะลังนั่งกินกันอยู่พอดี
พวกเราก้อไปนั่งโต๊ะข้างหลัง แล้วซักพักพี่ทัดกะพี่อู๋ก้อมา
แล้วก้อกิน ๆ เม้า ๆ กันจนถึง 3 ทุ่ม ก้อกลับบ้านกัน
วันที่สามสิบ : วันพฤหัสที่ 10 พฤษภาคม 2550
วันนี้พี่เลขาก้อมาช่วยให้งานเรา ด้วยการให้เราทำ weekly report
แล้วก้อ monthly report ซึ่งก้อไม่มีไรมาก แค่นับความคืบหน้า
แล้วก้อสั่ง print หลายล้านแผ่น โดยเราก้อไปยึดคอมของ
พี่ Project Manager ใช้งานเยี่ยงคอมตัวเอง
วันนี้พอเลิกงานเราก้อมีนัดกะโม เพื่อนที่ทำงานด้วยกันที่ Cedar Point
ตอนไป work and travel ที่อเมริกาเมื่อปีที่แล้ว ประมาณว่า
ตั้งแต่แยกทางกันที่หอพัก ตอนเราจะกลับ ก้อยังไม่เคยได้เจอโมอีกเรย
ในที่สุดวันนี้ก้อเรยนัดกัน เพราะโมฝึกงานอยู่โรงแรม four seasons
ซึ่งเรานั่งรถไฟฟ้าไปหาได้ไม่ยาก ก้อเรยมาเจอกันที่สถานีรถไฟฟ้าชิดลม
แล้วก้อเดินไป central world กัน ไปถึงก้อไปเจอ น้องแพรกะพัช
เพื่อนอีก 2 คนที่ Cedar Point แต่เจอน้องแพรกะพัชแป๊บเดียว
2 คนนั้นก็กลับ เหลือเรากะโม 2 คน ไปนั่งกิน coca suki กัน
ตอนแรกก้อสั่งแบบชุด มาชุดนึง แล้วก้อสั่งเนื้อสไลด์กะหมูสไลด์มาเพิ่ม
ก้อค้นพบว่า เนื้อของ coca นี่มันช่างอร่อยจริง ๆ กินกันมีความสุขมากๆ
จนตอนเช็คบิล ออกมา 760 บาท เราก้องงว่าเฮ้ย ทำไมแพงจังวะ
ตอนแรกนึกว่าประมาณ 500 ก้อแพงแล้ว เรยดูลอย่างละเอียด
ก็พบว่า ไอ้เนื้อที่เรากะโมกินกันแล้วอร่อยนักอร่อยหนาเนี่ย
มันคือ เนื้อสันออสเตรเลียสไลด์ ราคา 250 บาท โอ้วแม่เจ้า
แค่นั้นไม่พอ coca suki ยังคิดค่ากระเทียม พริก มะนาว อีกถ้วยละ 15 บาท
หลังจากกินของคาวจบก็ไปกินของหวานกันต่อ คือไปซื้อไอติมนมสด
ที่ Iseton กิน แล้วอยู่ดี ๆ ก้อมีเสียงพนักงานอีกมุมนึงพูดขึ้นมาว่า ฝนตก
เรากะโมได้ยินแล้วก้อแบบ เฮ้ยฝนตกหรอวะ แต่พอหันไปมอง
ก้อพบว่าพนักงานคนนั้น กะลังหยิบร่มลายแรด ๆ ออกมาหมุน ๆโชว์เพื่อน
เราก้อแบบ เออนะกู ยังอุตส่าไปฟังแล้วเชื่อที่เค้าพูดอีก
พอกินไอติมหมดถ้วย ก้อเดินออกมาขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้านกัน
แล้วเราก้อเจอหนึ่ง เพื่อนภาคบ้านใกล้เรือนเคียงเราพอดี
ก้อเรยนั่งรถไฟฟ้ากลับบ้านมาพร้อมกะหนึ่งตั้งแต่ชิดลมยันหมอชิต
วันที่สามสิบเอ็ด : วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม 2550
วันนี้พี่ โฟร์แมนพาไปดูหน้างานช่วงเช้า พอกลับมานี่อย่างหิวอ่ะ
พอตอนบ่าย เราจะต้องไปดูหน้างานอีก แต่พีโฟร์แมนไม่ยอมพาไป
เนื่องจาก เค้ากะลังเล่นเกมอยู่ เราก้อเรยนอยใส่
ด้วยการเก็บของแล้วเดินไปสวัสดีพี่เลขา site ว่าจะกลับบ้านแล้ว
เพราะว่าไม่มีงานทำ เพราะว่าพี่โฟร์แมนเอาแต่เล่นเกมไม่ยอมพาไปทำงาน
พี่เลขา site เรยช่วยพูดให้จนเค้ายอมพาเราไป แล้วพี่โฟร์แมนก้แก้ตัวว่า
อย่าพูดว่าพี่เล่นเกมสิ พี่กะลังฝึกสายตาอยู่ตะหาก หน้าด้านจริงๆ
site engineerรายงานการฝึกงาน
วันที่ยี่สิบหก : วันพุธที่ 2 พฤษภาคม 2550
วันนี้เป็นวันแรกที่มาทำงานที่ site เพื่อฝึกงาน เป็น site engineer
โดยเราจะพาทุกคนทัวร์ไปกับที่ทำงานของเราไปอีกยาวเรยนะ
พอเรามาถึง site ก้อต้องเดินขึ้นอาคารจอดรถ เพราะ office site อยู่บนนั้น
สภาพอาคารจอดรถที่จะต้องมีทั้งหมด 9 ชั้น แต่เพิ่งสร้างถึงชั้น 7
เราก้อต้องเดินขึ้นตึกไปด้วยความหวาดกลัว จริง ๆ นะ
ตรงนี้ก็เป็นทางเข้า office site ทุกอย่างถูกสร้างขึ้นเพื่อชั่วคราว ๆ
อันนี้เป็นของที่วางตามทาง สังเกตดี ๆ จะเห็นว่าทำจากเหล็กเส้น กะท่อ ที่เอามาเชื่อม ๆ เป็นรูปร่าง
ในที่สุดก็มาถึงหน้า office ที่เราจะต้องเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในนั้น
และนี่ก็คือ โต๊ะทำงานของเรา ซึ่งมีไว้ให้เรานั่งกินข้าว กินขนม กินผลไม้ และนอน
นี่ก็เป็นห้องน้ำของ site ซึ่งสร้างมาแบบชั่วคราว ๆ บรรยากาศจะค่อนข้างน่ากลัว
แล้วหน้าห้องน้ำก็จะมีคนงานหน้าตาน่ากัว ๆ ยืนมองตลอดเวลา
เลวร้ายมาก เวลาจะเดินมาเข้าห้องน้ำแต่ละที T_T!!
ในที่สุด หลังจากนั่ง ๆ นอน ๆ มาทั้งเช้า พอตกบ่าย
คุณพี่วรวุฒิเรยพาเราเดินไปดูหน้างานจริง ตื่นเต้นมั่ก ๆ ๆ
อันนี้คือสภาพตึก เท่าที่พอจะเงยหน้าถ่ายรูปมาได้อ่ะ จริง ๆ มันสูงมากกก
อันนี้เป็น tank น้ำที่อยู่ข้างล่างตึก เพื่อใช้ส่งน้ำไปใช้บนตึกอ่ะ แบบใช้สำหรับงานก่อสร้างนะ
นี่ก็คือ วิศวกรสาวสวย กะลังจะมาดูงาน อิอิ คือพี่เค้าซีรอกแบบให้เรามาชุดนึงอ่ะ
เรยเอามาถือโชว์ ดูดีป่ะล่ะ ๆ
แล้วไอ้ที่เห็นในรูปเนี่ย จริงๆมันไม่เกี่ยวกะเราหรอกนะ
งานที่เห็นด้านหลังน่ะ มันงานโครงสร้างของโยธา
ซึ่งบริษัทรับเหมาก็คือ syntec construction ไม่มีความเกี่ยวข้องใดกะเรา
เพราะแบบที่เราถือในมือ เป็นแบบท่อน่ะ อิอิ
อันนี้เป็นป้าย safty ภายในตึก
ถังขยะ อยู่ใต้ป้ายเมื่อกี๊อ่ะ
ตรงนี้เป็นบริเวณที่รอลิฟท์ ขอบอกว่าน่ากลัวมาก ๆ
รูปคนสวยภายในลิฟท์
มันแปะอยู่ด้านข้างภายในลิฟท์
อุปกรณ์ควบคุมการขึ้นลงของลิฟท์ จะมีคนยืนประจำคอยควบคุมอยู่
เรามีหน้าที่ขึ้นไปแล้วบอกเค้าว่าจะไปชั้นไหน เค้าก้อจะหยุดแล้ว
เปิดประตูให้เราลงชั้นนั้นอ่ะ
ประตูลิฟท์จะเป็นกรงเหล็กสองบานประกบกันตรงกลาง
เวลาเปิดก้อจะเลื่อนขึ้น-ลง แยกจากกัน
ในที่สุดเราก้อมาถึงชั้น 25 ชั้นแรกที่เราจะได้มาสำรวจ
วิวสวย ๆ ของกรุงเทพ จากบนตึกก่อสร้าง
อันนี้เป็นช่อง shaft เป็นช่องทะลุของท่อ riser ระหว่างชั้น
ภาพรวมของช่อง shaft ระหว่างชั้น
อันนี้คือ riser ของท่อ soil, waste, vent
ท่อสีดำ ใหญ่สุด ตรงกลาง คือ ท่อ soil
ท่อ PVC สีฟ้า ตรงกลาง คือ ท่อ vent
ส่วนท่อสีดำริม 2 ข้าง คือ ท่อ waste กับ kitchen waste
แต่ว่าท่อไหนเป็นท่อไหนเราก้อไม่รู้อ่ะ ต้องดูในแบบเอา
สภาพ riser ภายใน shaft แบบชัด ๆ
พอเราดูความคือหน้าของชั้นนึงจบ เราก้อต้องเดินลงไปดูชั้นล่าง ๆ ต่อไป
ซึ่งบันไดที่เดินก้อคือบันไดหนีไฟภายในตึกนั่นเอง
สภาพก้อน่ากลัว ๆ แต่พอเดินหลาย ๆ ชั้น ก้อชินไปเอง
สภาพความคืบหน้าของ riser ชั้นล่าง ๆ
นี่เป็นท่อ vent มา jump กับท่อ soil, waste, kitchen waste
จะมีการ jump แบบนี้ทุก ๆ 4 ชั้น เพื่อให้อากาศมันไปดันให้น้ำมันไหลลงได้
อันนี้คือ cleanout เอาไว้เวลาท่อตัน จะได้เปิดออกมา แล้วทำความสะอาดท่อได้
อันนี้เป็น riser ของท่อ RL คือท่อน้ำฝนจากหลังคา
อันนี้เป็นท่อน้ำเย็นของ chiller ที่จะวิ่งขึ้นไปทำความเย็นตามชั้นต่าง ๆ
อันที่จริงเป็นท่อ BSP คือ ท่อเหล็กดำ หรือ black steel pipe
ส่วนสีส้ม ๆ ที่เห็นก็เป็นสีกันสนิม
ท่อสีน้ำตาล ๆ ข้าง ๆ ท่อสีส้ม ก้อเป็นท่อน้ำของ chiller เหมือนกัน
แต่ว่าเป็นท่อ water return คือพอทำความเย็นแล้วมันก้อจะไหลลง
กลับไปที่ห้องเครื่อง chiller ที่ชั้น 4
อันนี้คือท่อ duct จะอยู่ในห้องบันได้ เอาไว้อัดอากาศ
เวลาไฟไหม้ เพื่อให้ความดันในห้องบันได มากกว่าห้องอื่น
ควันจะได้ไม่เข้ามา เวลาหนีไฟน
สภาพท่อ duct แบบใกล้ ๆ กะเวลาติดตั้งไปได้เยอะแล้ว
อันนี้เป็นระบบท่อไฟฟ้า ซึ่งไม่เกี่ยวกะเรา แต่ก้อต้องรู้ไว้บ้าง
เวลาจะ maintainace ก้อจะซ่อมสายไฟผ่านทางช่องพวกนี้อ่ะ
จิตรกรรมฝาผนัง ภายใน site ก่อสร้าง
ความคืบหน้าท่อ soil, waste, vent
อันนี้ก็เป็น cleanout อีกแบบนึง สำหรับท่อขนาดเล็ก ๆ
ตรงที่วาดชอล์กไว้ เดี๋ยวเค้าจะ coring ให้ทะลุ เพื่อติด floor drain
นี่เป็นสภาพท่อที่โผล่ขึ้นมาจากใต้พื้น แบบรูปเมื่อกี๊
แต่อันนี้ไม่ใช่ floor drain นะ แต่ท่อนี้ต่อกะอะไรเราก้อไม่รู้อ่ะ
ความคืบหน้าของท่อน้ำต่าง ๆ
ท่อ PVC สีฟ้า เป็นท่อ vent (ท่ออากาศ)
ท่อสีดำ เป็นท่อน้ำร้อน ที่หุ้มฉนวนแล้ว และท่อสีเขียว เป็นท่อน้ำเย็น
ท่อน้ำเย็นอันนี้ทำจากท่อ PPR ซึ่งเป็นพลาสติกชนิดนึง
ที่ตอนนี้กะลังนิยมใช้เป็นท่อน้ำ แทนท่อ PVC เพราะมีคุณสมบัติที่ดีกว่า
คือทนทานกว่า ไรเงี้ยมั้ง ที่สำคัญ แพงกว่าท่อ PVC ด้วย
ความคืบหน้าของท่อน้ำเย็นของ chiller
ตรงนี้เดี๋ยวจะตัดเหล็กออก เพื่อให้เป็นช่องสำหรับติด grille
คือ หัวจ่ายลม เพื่อจ่ายเข้ามาในห้องบันได เวลาไฟไหม้
ความคืบหน้าของท่อต่าง ๆ หลังจากติดตั้งเรียบร้อย ฝ่ายโครงสร้างก้อจะมาก่ออิฐกันห้อง
สภาพท่อต่าง ๆ บนเพดาน ใต้ฝ้า
ตรงนี้เป็นชั้นพักท่อ คือชั้นบน ๆ มันจะมี branch มารวมกันที่ riser
ซึ่งแต่ละชั้นก้อจะมี riser อยู่หลายจุดเหมือนกัน
ชั้นก้อเป็นที่รวม riser มารวมกันเป็นท่อใหญ่ ๆ ก่อนไหลลงชั้นล่าง ๆ อีกที
การเดินทางใน site เราก้อมาจบลงตรงชั้นนี้แหละ
คือเราเริ่มต้นที่ชั้น 25 ก่อน แล้วก้อเดินลงบันไดมาเรื่อย ๆ จนถึงชั้นนี้คือชั้น 5
แล้วก้อจะรอลิฟท์กลับลงชั้นล่างแล้ว
สังเกตว่ารูปแรก ๆ ที่อยู่ชั้นสูง ๆ จะไม่ค่อยมีอะไร
แต่พอลงมาเรื่อย ๆ รายละเอียดของงานก้อมากขึ้นเรื่อย ๆ
เพราะว่าเค้าทำงานจากชั้นล่าง ๆ ขึ้นข้างบนนะเอง อิอิ
จะว่าไปแล้วการออก site มันก้อไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด
เพราะงานของเครื่องกลมันเป็นงานระบบ ยังไงมันก้อไม่ได้โดนแดดมากมาย
คือโดนแดดแค่ตอนเดินเข้าตึกอ่ะ แต่การทำงานจริง ๆ ก้ออยู่ในตึกอ่ะ
สบาย ๆ อิอิ แค่ต้องระวังความปลอดภัยจากการก่อสร้างแค่นั้นเอง
meeting G5วันนี้รุ่นเรานัดประชุมน้องกัน เพื่อคุยเรื่องทริปย่อย
ก็นัดกันตั้งแต่เที่ยง จะไปกินข้าวเที่ยงกันก่อน
ก็ไปกิน hotpot ที่ central ลาดพร้าวกัน
กลับมาถึงมหาลัย 4 โมงพอดี ตามเวลาที่นัดกะน้อง
ก็คุย ๆ กะน้องเรื่องทริปย่อย แล้วหลังจากนั้น
ก้อคุยกะปี 3 ต่ออีกพักใหญ่ แล้วปี 3 ก็ไปคุยกะน้องปี 2 ต่อ
หลังจากนั้นรุ่นเราก็คุยกันเองอีกพักใหญ่ ๆ
ระหว่างนั้นก็เรยถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน
จะว่าไปวันนี้รุ่นเราก็มากันเกือบครบทั้งรุ่น ขาด ซึม แค่คนเดียว เราว่าคงเป็นเพราะว่า พอทุกคนไปฝึกงาน ชี้แจงค่า!!!
สิ้นสุดการฝึกงานออฟฟิศรายงานการฝึกงาน
วันที่ยี่สิบ : วันจันทร์ที่ 23 เมษายน 2550
วันนี้ถอดแบบ sanitary ของคอนโด 8 ชั้น
เป็นงานที่คนอื่นเคาทำไว้ แล้วเราก้อต้องมาทำใหม่หมด
ปวดหัวมาก เพราะว่าเค้าลงสีท่อไปแล้ว เราเรยมึนๆๆ
แถมยังเป็นงานเร่งอีก พี่เค้าสั่งว่าให้ทำให้เส็ดภายใน 2 วัน
แต่ก้อเอาเหอะ ก้อทำ ๆ ไปเรื่อยแหละวะ กำลังมีแค่นี้
วันที่ยี่สิบเอ็ด : อังคารที่ 24 เมษายน 2550
วันนี้ก้อทำงานเมื่องานอีกแป๊บเดียวก็เส็ด แต่ปัญหาคือ
มันต้องกรอกข้อมูลลงตาราง ๆๆๆ โอ้วยากมากๆๆ
แบบไม่ใช่ง่าย ๆ นะไอ้การกรอกข้อมูลเนี่ย
เราใช้เวลาค่อนวัน ในการจัดระบบความคิดตัว
แล้วก้องมไปกะแบบ ว่าจะกรอกข้อมูลยังไง
กว่าจะกรอกเส็ดนี่เกือบตาย ๆๆ
แล้วงานใหม่ที่เราได้ทำก็คือ งานนับสุขภัณฑ์
คือเอาแบบห้องน้ำ มานับจำนวน โถส้วม โถฉี่ผู้ชาย
อ่างล้างหน้า ฝักบัว และก็ อ่างอาบน้ำ
แล้วก้อนับว่าทั้งแบบใช้ทั้งหมดเท่าไหร่
แล้วงานนี้เราก้อได้โชว์มันสมองเล็ก ๆ น้อย
เพราะว่าต้องมันมีอยู่แบบนึงที่ ฝักบัวกะอ่างอาบน้ำ
แบบมันซ้อนกัน ซึ่งพี่ดิ่ง คนที่ให้งานเราอ่ะ
เค้าบอกว่า ให้นับเป็นอ่างอาบน้ำอย่างเดียว
แต่เรากอดูแบบแล้วว่า มันมีหัวฝักบัวอยู่ด้วย ๆ
จะต้องนับฝักบัวด้วย แบบว่าเถียงไม่ยอมแพ้ๆๆ
พี่ดิ่งเรยเอาบบไปถามพี่เล็ก แบบว่าใหญ่กว่าพี่ดิ่งอีกที
สรุปก้อคือนับแบบเราถูก ๆๆ เย้ๆๆๆ
วันที่ยี่สิบสอง : วันพุธที่ 25 เมษายน 2550
วันนี้ก้อได้งานใหม่ เป็นงานสนามบินเชียงใหม่
เราก็เอาแบบมานั่งถอดไปเรื่อย ๆ ทั้งวัน
เพราะว่าแบบมันปึกหนามาก ๆๆ
ถอดทั้งระบบ sanitary แล้วก้อ fire protection
วันที่ยี่สิบสาม : วันพฤหัสที่ 26 เมษายน 2550
พี่ดิ่งก้อตรวจงาน แล้วก้อให้เราแก้งานอีกนิดหน่อย
ประมาณว่าเราชอบทำงานแบบโง่ ๆ ตามใจตัวเองอ่ะ
สญลักษณ์อันไหน ไม่รู้จัก ไม่เคยถอดมาก่อน
เราก้อจะไม่ถอด สรุปก้อคือ ตกอุปกรณ์ไปมากมาย
แต่ก็แก้งานใหม่จนครบนะ ๆๆ
วันที่ยี่สิบสี่ : วันศุกร์ที่ 27 เมษายน 2550
วันนี้ก้อนั่งว่างทั้งวัน เพราะทำงานสนามบินเชียงใหม่
เส็ดหมดแล้ว แล้วพี่ดิ่งก้อไม่รู้จะให้ทำอะไรแล้ว
เราก้อนั่งอัพ myspace กะ hi5 ทั้งวัน
วันเสาร์ที่ 28 เมษายน 2550
วันนี้เป็นวันหยุดหลังจากฝึกงานมาหลายวัน
เราก้อเรยตื่นนอนซะเที่ยงกว่า ๆ สบายใจๆๆๆ
แล้วก้อนอนดูทีวีทั้งวัน กิน ๆ นอน ๆๆ
จนตอน 4 โมงเย็น ก้อมีคนโรมาที่บ้าน
พอรับสายก็พบว่าเป็น กานต์ ซึ่งโทรมาด้วยน้ำเสียงว่า
"ไหนนัดกันแล้วไง ว่าวันนี้จะมา"
เราก้อเรยระลึกชาติได้ว่า อ๋อๆๆๆๆ
วันนี้ชั้นมีนัดกะเพื่อนที่มาแตร์ เพื่อคุยเรื่องงานเลี้ยงรุ่น ตอนบ่ายสาม
แค่นั้นยังไม่พอ พอระลึกได้หนึ่งเรื่องแล้ว
ก้อระลึกได้อีกว่า นอกจากนัดกะเพื่อนมาแตร์แล้ว
ยังมีนัดประชุมสต๊าฟเชียร์ตอนสิบโมงอีกนี่หว่า
สรุปคือวันนี้เราลืมนัดสองนัดไปอย่างสนิทมากๆๆๆ
กลับเข้าเรื่องเพื่อนที่มาแตร์ต่อ
เราก้อเรยถามเพื่อน ๆ ว่า จะให้ออกไปรึเปล่า
ต้องใช้เวลากว่าจะไปถึงครึ่งชั่วโมง
เพื่อน ๆ ก้อเรยบอกให้ออกมา
เราก้อรีบอาบน้ำแต่งตัวออกจากบ้านไป
ไปถึงก้อเจอเพื่อน ๆ หลายคนที่ไม่เจอมานาน
แล้วก้อเรยประชุมเรื่องงานเลี้ยงรุ่นกันต่อ
สรุปก้อคือ วันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม ที่โรงยิมโรงเรียนนะค้า
พอประชุมกันเส็ด ก้อไปกินข้าวที่ food loft
ที่ central world กันต่อ แล้วก้อแยกย้ายกลับบ้าน
รายงานการฝึกงานต่อ
วันที่ยี่สิบห้า : วันจันทร์ที่ 26 เมษายน 2550
วันนี้พี่พี่ดิ่งไม่มา แต่พี่เล็กหัวหน้าพี่ดิ่ง เป็นคนมาให้งาน
คือให้เรากรอก ๆ ไอ้ที่เราถอด ๆ ไว้ลงคอม
แล้ว print ให้พี่เค้า ซึ่งพอพี่เล็กมาตรวจงาน
เราก้อทำงานตก อีกหลายอยู่ ก้อแก้งานกันไป
พอเคลียของเก่าจบ เราก้อได้งานใหม่
เป็นอะไรที่ไม่เคยทำมาก่อน ปกติเวลาถอดแบบ
เราก้อเคยถอดแค่ 3 ระบบอ่ะ คือ air conditioning,
sanitary, และก้อ fire protection
แต่อันนี้เป็น LPG Gas System ระบบก๊าซหุงต้ม
เราก้อต้องวัดท่อก๊าซกะพวกวาล์วต่าง ๆ อ่ะ
แบบ เออพวกงานระบบ นี่มันทำทุกอย่างจริง ๆ
. . . . . . . . . .
เย้ๆๆ ในที่สุด งานในออฟฟิศของเราก้อจบลงแล้ว
เพราะวันพุธที่จะมาถึง เราจะได้ย้ายไปออก site แล้ว
ซึ่ง site ที่เราไปชื่อว่า 340 keys Hotel
อยู่ในซอยสุขุมวิท 24 กรี๊ด ๆๆ เข้าเมืองๆๆๆ
ตื่นเต้นๆๆๆ ไม่รู้ว่าจะมีอะไรแปลกใหม่บ้าง
สองสลึงเมื่อคืนเพื่อน ๆ ก็นัดกันไปเที่ยวสองสลึง
อารมว่าอยู่ดี ๆ ไอ้ปุ้มกะว่านก้อเกิดอยากจะเที่ยว
เราก้อเออ อยากเที่ยวเหมือนกัน
แล้วก้อเรยโทรจิกเพื่อน ๆ ให้ออกมาเที่ยวกัน
ในที่สุดก็มากันได้ 12 คน คือ
พีช ปูม ปุ้ม ว่าน แอ้ม แพรว พี่หลิน ตาล ดั๊ก อร ปูเป้ จีจี้ อันที่จริงแล้ววันนี้มันควรจะมีคนมามากกว่านี้
คือ ควรจะมี พลอยกะเอม มาด้วย
แต่ขอประนามพลอยซักนิด มันลีลาเยอะมากๆ
ไม่ยอมออกมาเที่ยว เพราะต้องเล้ยงหมา
อยากด่าจริง ๆๆ ไอ้เพื่อนคนนี้
เพราะปกติแล้วเนี่ย เวลามาเที่ยวกัน
จะไม่เคยมี แพรวกะตาล มาด้วย
วันนี้เราก้ออุตส่าชวนแพรวกะตาลมาด้วยจนได้
พลอยดันเบี้ยวอีก น่ารังเกียจมากๆๆ
นอกจากนี้ ดั๊ก กะ จีจี้ ก้อเป็นเพื่อนอีก 2 คน
ที่เราไม่ได้เจอมาชาติเศษแล้ว ตื่นเต้นมั่ก ๆ ตอนที่เจอ
แต่อันที่จริงเมื่อคืนมีเรื่องที่น่าตื่นเต้นกว่า
คืออยู่ดี ๆ ก็พบว่าพี่คม มาเที่ยวกะเพื่อนๆ
และอยู่โต๊ะข้าง ๆ เรานี่เอง บังเอิญป่ะล่ะ
เราก้ออยู่ในร้านจนถึงประมาณเที่ยงคืนกว่า ๆ
คนก้อแน่นมากๆๆๆ แบบไม่รู้จะเบียดไปไหน
เราก้อเรยชวนแพรวออกมานอกร้านกัน
แล้วก้อเดินไปซื้อน้ำที่ 7-eleven
แล้วก้อมานั่งกินกันตรงขอบต้นไม้หน้าตึกซักตึก
ซักพักพี่หลินก้อแว้บตามออกมา
แล้วก้อรอเวลาจนเกือบตีสอง
เพื่อนคนอื่นถึงออกจากร้านกันมา
แล้วก้อกลับบ้านพร้อมปูม กะพี่หลิน
ค่าแรงงวดแรกออกแล้ว ๆๆๆๆรายงานการฝึกงาน
วันที่สิบเจ็ด : วันพุธที่ 18 เมษายน 2550
วันนี้พี่โอ๊ตก็เอาแบบมาให้ถอดแบบนิด ๆ หน่อย
ว่างก้อเล่นเนต เดินไปเดินมาตามประสา
วันที่สิบแปด : วันพฤหัสที่ 19 เมษายน 2550
วันนี้ก้อไม่ต่างกัน ถอดแบบนิดๆหน่อยๆ
พอพี่โอ๊ตไม่มีไรจะให้ทำ ก็ไปของานจากพี่ดิ่ง
พี่ดิ่งก้อเอางานมาให้ทำ แก้อทำไปแบบเบลอๆ
แล้วก้อได้ใช้เครื่องสเกลดิจิตอล เป็นครั้งแรก
วันที่สิบเก้า : วันศุกร์ที่ 20 เมษายน 2550
สานต่องานของพีดิ่งจนเส็ด แล้วก้อไปรับงาน
จากพี่โอ๊ตมาทำต่อจนเส็ด แล้วก้อว่างยาว
เรยแอบแว๊บไป british ขอระเบียบการ
กลับมาก้อเล่นเนตอีกพักใหญ่ ๆ อยู่ดี ๆ ก้อมี
พี่ในออฟฟิศคนนึง คือเห็นหน้าทุกวันแหละ
แต่เราจำชื่อพี่เค้าไม่ได้ เค้าก้อเดินมาเรียกเราที่โต๊ะ
ว่า น้องลูกพีช น้องลูกพีช ไปรับเงินที่การเงินได้แล้ว
เราก้อเรยเดินไปที่การเงิน ซึ่งพี่คนเมื่อกี๊ก้อ
ไปตรงการเงนเหมือนกัน แล้วพี่ที่การเงินก็ถามว่า
น้องฝึกงานชื่ออะไร พี่คนนั้นก้อบอกว่า
ชื่อ น้องลูกพีช เราก้อแอบขำในใจ
แต่ตอนนั้นจิตใจ concentrate อยู่กะเงินมากกว่า
ในที่สุดพอเราเซ็นรับเงินเส็ด ก้อได้เงินงวดแรก
เป็นเงิน 900 บาท สำหรับการทำงาน 6 วันแรก
P.S.
-พี่โอ๊ต : เป็นพี่ที่ทำงานในส่วนของ
air conditioning system
(ระบบปรับอากาศ)
-พี่ดิ่ง : เป็นพี่ที่ทำงานในส่วนของ
sanitary and fire protection system
(ระบบสุขาภิบาลและดับเพลิง)
แนะนำเครื่องมือทำมาหากินก่อนอื่นเราขอ present สภาพโต๊ะทำงานก่อนละกัน
ก้อจะรก ๆ หน่อยตามสันดาน แต่มันก้อส่วนตัวน่ะ
เป็นคอกของเราคนเดียว มีทั้งคอมบริษัท เอาไว้เข้าโปรแกรม
ของบริษัท แล้วก็คอมเราเอาไว้เล่น msn กะ อัพสเปซ
สมัยก่อนตอนที่เรายังทำงาน excel อยู่ มุมกระดาษแบบ
ก็จะมีแฟ้มเเอกสารวางเกะกะอยู่ แต่พอต้องทำถอดแบบ
เราก้อโกยเอกสารพวกนั้นไปจัดเรียงไว้ที่พื้นใต้โต๊ะ อิอิ
อุปกรณ์ทำมาหากินของเราหลัก ๆ ก็คือไม้บรรทัดสเกล กะดินสอสี
ซึ่งจะมีทั้งหมด 3 ด้าน 6 สเกลให้เลือกใช้
ขึ้นอยู่กับสเกลที่กำหนดมาในกระดาษแบบ
พอได้สเกลตรงกันแล้วก็ลองวัดอีกทีว่าตรงกันจริงป่าว ค่อยเริ่มทำงาน
โดยใช้ไมบรรทัดวัดความยาวของท่อ แล้วก้อกรอกลงกระดาษ
แล้วก้อเอาดินสอสีขีดทับเส้นท่อที่วัดไปแล้ว จะได้ไม่ลืม
ไอ้ไม้บรรทัดสเกลที่เราใช้น่ะ มันสำหรับมือใหม่ งบน้อย
เพราะราคาอยู่ที่ 200 บาทตามมาตรฐานทั่วไป
แต่มันจะมีสเกลแบบดิจิตอล สำหรับมืออาชีพไว้ใช้
หน้าตาเป็นแบบนี้ค่า
การทำงานก็คือ กดปุ่มใส่สเกลที่ใช้ลงไป แล้วก้อเอาไปขีดๆ
กับเส้นท่อที่ต้องการจะวัดก็จะมีตัวเลขเป็นดิจิตอลปรากดขึ้นมาให้กรอกลงได้เรย
ง่ายมั้ย ๆ แต่แบบว่าเครื่องตัวนี้เนี่ย ราคาประมาณ 2000 บาท
ไม่มีขายในเมืองไทย ต้องสั่งซื้อจากเมืองนอกค่ะ
เพราะว่าราคมันแพง เค้าเรยเลิกนำเข้ามาขาย
มีไรจะบอกแหละ กระบวนการอัพสเปซของ blog นี้
เริ่มตั้งแต่ถ่ายรูป เอารูปลงคอม แล้วก้อเอาลง blog
ใช้เวลาในการทำงานทั้งสิ้น ซึ่งจริง ๆ แล้ว
พี่โอ๊ตบอกว่าให้พัก 10 นาที เราก้อยาวเรย อิอิ
รายงานการฝึกงานดีกว่า
วันที่สิบหก : วันพฤหัสที่ 12 เมษายน 2550
วันนี้ก็ไม่มีไรมาก เอาข้อมูลที่ได้จากการวัดเมื่อวาน
มากรอกลง excel ในคอม ให้พี่โอ๊ตเอาไปตรวจอีกที
แล้วก้อถอดแบบทอเพิ่มอีกนิดหน่อย หมดเวลาส่วนใหญ่
ไปกับการอัพสเปซซะมากกว่า เพราะว่าวันนี้มีพระพุทธรูป
มาตั้งในบริษัทให้คนไปสรงน้ำ แล้วตอนบ่าย ๆ ก้อมีพิธี
รถน้ำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่ แต่เราไม่ได้เดินไปดูอ่ะ
อยู่ในมุมของตัวเอง อัพสเปซไปเรื่อย ๆ อิอิ
เริ่มงานใหม่ ๆรายงานการฝึกงานย้อนหลังๆๆๆ
วันที่สิบสี่ : วันอังคารที่ 10 เมษายน 2550
อันที่จริงเมื่อวานซึ่งเป็นวันจันทร์เราอต้องมาทำงาน
แต่ว่าลางานไปหาอาจารย์สุรพลเพื่อคุยเรื่องโปรเจค
แล้วมันกลายเป็นว่าไม่ได้ทำงานติดต่อกันมา 4 วัน
พอมาวันนี้เรยขี้เกียจเอาซะมาก ๆ แต่ก้อต้องมาทำงาน
มาถึงก้อว่าง ๆ ตามเคย เล่นเนตไปเรื่อย ๆ จนพี่เอ๋ทนไม่ไหว
ขอร้องให้เราช่วยทำงานที่ค้างไว้ของเค้าต่อให้เส็ด
เพราะยังไงเราก็ยังว่างอยู่ เราก้อต้องรับคำไป
แบบไม่เต็มใจนัก ก้อทำแบบส่ง ๆ ทำไปอู้ไป ไม่สนใจ
จนตอนบ่ายแก่ ๆ พี่อ้วนก้อเดินมาสอนงาน
อธิบายเรื่องการถอดแบบประเมินราคาว่าเริ่มต้น
ทำอะไรยังไง ๆ เราก้ออารมดี ตั้งใจฟังพี่เค้าสอน
แล้วงานแรกของเราที่ได้ทำก็คือ ถ่ายเอกสาร
แต่ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นอ่ะ คือเค้าให้เราถ่ายเอกสารแบบ
จากกระดาษพิมพ์เขียว เพื่อจะได้เอามาส่ง fax น่ะ
ก้อตาที่บอกแหละ พอเราถ่ายเอกสารได้เส็ด หน้าที่ถัดมา
ก็คือ ส่ง fax ไปหา supplier เพื่อเสนอขอราคา
ส่ง 7 บริษัท ก้อใช้เวลาร่วมชั่โมงอ่า ส่งช้ามากๆๆๆ
พอส่ง fax เรียบร้อย พี่อ้วนกส่งเรามาให้พี่โอ๊ตสอนงาน
พี่โอ๊ตก้ออธิบายแบให้เราฟัง ว่าอะไรเป็นอะไร
เราก้อฟังไปง่วงไป จน 5 โมงครึ่ง ก้อหมดเวลา เย้ๆๆ
นอกเรื่องฝึกงานนิดนึง ๆๆ
พอเราเลิกงาน ก็เดินไป central ลาดพร้าว
เพื่อไปซื้ออุปกรณ์ทำมาหากินต่าง ๆ ที่จะได้ใช้
ในการถอดแบบวันพรุ่งนี้ แล้วก้อเรยโทรหาแพรว
เพราะมันทำงานอยู่ลาดพร้าว 15 อยู่อาร์เอสน่ะ ๆ อิจฉาๆ
เราก้อเรียกแพรวออกมากินข้าวด้วยกัน
เพราะช่วงนี้ได้เจอเพื่อนเกือบทุกคน
ยกเว้น แพรว กะ พลอย เพื่อนสนิทม้ากๆ
เราก้อไปซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ B2S
ขอสารภาพ ว่าแอบหลงทางใน central ด้วย
หา B2S แทบตายกว่าจะเจอ อิอิ
เราก้อซื้อ ไม้บรรทัดสเกล ที่เอาไว้วัดแบบ
แล้วก้อดินสอสีไม้ เอาไว้ระบายสีท่อ
แล้วก้อลงมารอแพรวที่ Food Cellar ชั้นใต้ดิน
ร้าน Food Cellar มันเป็นเหมือนกับ
Food Loft ที่ central ชิดลมน่ะ
แต่เกรดต่ำกว่า อาหารการกินก้อไม่ค่อยน่ากินเท่าไหร่
ระหว่างรอแพรว เราก้อนั่งมองเพดาน
ที่ไม่มีฝ้า มีท่อหลาย ๆ แบบให้เรานั่งมอง
แล้วก้อภูมิใจกะตัวเองเล่น ๆ ว่าชั้นรู้นะ
ว่าท่อพวกนี้เนี่ย คือท่ออะไรกันบ้าง 555
แล้วซักพักแพรวก็มา อย่างสวยงามๆๆๆๆ
ก้อนั่งเม้ากะแพรวนานมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
จนตอนจะกลับ ก็กะว่าจะถ่ายรูปคู่กะแพรว
เพื่อเอามาลงสเปซ แต่โชคดี แวะเข้าห้องน้ำ
แล้วเราก้อหันไปมองกระจก เห็นหน้าตัวเอง
ที่เพิ่งไปหาหมอสิวมา สะเก็ดมากมาย
ก้อเรยตัดสินใจ ไม่ถ่ายรูป ดีกว่า วันนี้ไม่เวิร์คๆๆ
วันที่สิบห้า : วันพุธที่ 11 เมษายน 2550
วันนี้พอเช้ามา เห็นแบบที่โต๊ะทำงาน บอกตามตรง
ว่าลืมหมดแล้ว จำไม่ได้หรอกว่าเมื่อวานพี่โอ๊ตสอนไรไปมั่ง
ก้อเรยไปบอกพี่โอ๊ตว่าให้มาสอนอีกรอบนึง อิอิ
แล้วงานแรกที่ได้ทำก็คือ ถอดแบบ exhaust duct
ก็ไม่มีไรมาก เอาไม้บีทัดมาวัด ๆ ๆ ๆ แล้วก้อกรอกตัวเลข
ว่าจะต้องใช้ท่อขนาดเท่าไหร่ ยาวเท่าไหร่
หลังจากนั้นก็ได้ถอดแบบ kitchen duct
grille และก็ refrigerant Pipe ตามลำดับ
มีไรจะบอกแหละ ไอ้ที่เมื่อวานเราส่ง fax น่ะ
วันนี้ต้องส่งใหม่แหละ เพราะว่าเราถ่ายเอกสารมาดำเกิน
ส่ง fax ไปแล้ว supplier อ่านไม่รู้เรื่อง
พี่โอ๊ตเรยต้องไปถ่ายเอกสารแบบดี ๆ มาใหม่
แล้ว้อให้เราส่ง fax ใหม่อีกรอบ เฮ้อๆๆ
อย่าคิดว่าการถ่ายเอกสารมันง่ายนะจะบอกให้
ปรับสีก้อยาก ขนาดเมื่อวานเราทำเสียไปหลายแผ่นแล้วนะ
ยังใช้ไม่ได้อีก กลุ้มใจกะตัวเองจริง ๆ OK Shabu - - Iberryเมื่อวันพฤหัส ไปกิน Shabu กะเพื่อน ๆ มา
แบบว่าพอเลิกงานก็รีบกลับบ้านอาบน้ำแต่งตัว
แล้วให้พ่อไปส่งที่ร้าน OK Shabu ตรงทองหล่อ 13
ตอนแรกปุ้มบอกว่าร้าน OK Suki เราก้อหาไม่เจอ
สุดท้ายมันคือ OK Shabu เฮ้อๆๆ
เพื่อน ๆ นัดกัน 1 ทุ่ม แต่เราไปถึง 2 ทุ่ม
แบบว่าไปคนสุดท้ายน่ะ ไปถึงก็รีบกิน
ขณะที่คนอื่น ก้อเริ่มถ่ายรูปกันแล้ว
วันนี้เพื่อน ๆ ก้อมากันมากมาย
ทั้ง ปุ้ม ว่าน ทราย ตุ้ย แม่เอ็ม จิ๊ฟ อร เชเช่ ปูเป้ ยุ้ย
ดีจัยมากมายที่เจอเพื่อน ๆ พร้อมหน้า
พอกินกันเส็ด ใครซักคนก้อชวนไปกินไอศครีมกันต่อ
บอกว่ามีร้านไอศครีมอิตาเลี่ยน ตรง H1 อร่อย
ก็ไปกัน พอไปถึงปรากดว่าร้านหายไป แต่ในที่สุดก็เจอ
แต่ร้านทำท่าจะปิดตัวลงแล้ว ก็เรยต้องเคลื่อนพล
ไปกิ iberry ที่ J Avenue กันแทน
พอกินไอติมกันเส็ด จิ๊ฟก็ขับรถมาส่งเราที่บ้าน เบื่อโว้ย งานการไม่มีให้ทำเรยรายงานการฝึกงาน
วันที่สิบสาม : วันพฤหัสที่ 5 มีนาคม 2550
ในที่สุดฝ่ายไอทีก็เอา CPU มาลงที่โต๊ะเราให้ซะที
เราก้อเรยยังมีพอมีงานตัด cost ทำบ้างเล็กน้อย
แต่ตอนนี้งานหลักของเราก็คือ เล่นเนต นั่นแหละ
แม่งเซงชะมัด ให้กรูมานั่งว่าง ๆ มาหลายวันละ
อยู่บ้านกรูก็เล่นเนตได้โว้ย ไม่ต้องตื่นแต่เช้ามาฝึกงานก็ได้
คิดแล้วก็เซง ฝึกงานเส็ดกรูจะมีความรู้กลับไปบ้างมั้ยเนี่ย
|
|
|